วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประเภทโฉนดที่ดิน

โฉนดที่ดินในประเทศไทยมีหลายประเภททั้งที่สามารถซื้อขายได้ และซื้อขายไม่ได้ มีทั้งแบบโอนกรรมสิทธิ์ได้ และเป็นเพียงหนังสือแสดงสิทธิ์การทำกิน หรือทำประโยชน์ในที่นั้นซึ่งไม่ใช่กรรมสิทธ์ในที่ดินนั้น

สามารถแบ่งเอกสารสิทธิ์ออกเป็นดังต่อไปนี้

1.หนังสือแสดงสิทธิ์ที่ดิน มี 4 แบบได้แก่

  • 1.1 โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.4 เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ดินสามารถใช้แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินนั้น สามารถขายหรือโอน จำนอง ค้ำประกันทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มิฉะนั้นจะถือ เป็นโมฆะมีหลายแบบได้แก่ น.ส. 4 ก, น.ส. 4 ข, น.ส. 4 ค, น.ส. 4, น.ส. 4 ง และน.ส. 4 จ เป็นโฉนดที่ออกให้ในปัจจุบัน
  • 1.2 ใบจอง หรือ น.ส.2 หนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราวเป็นหนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดินที่ทางราชการออกให้จะนำไปขาย โอนไม่ได้ จำนองไม่ได้ เว้นแต่การโอนทางมรดกตกทอดแก่ทายาทเท่านั้น
     
  • 1.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือน.ส.3 หนังสือคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้วมีเพียงสิทธิ์ครอบครอง ไม่มีกรรมสิทธิ์ ไม่สามารถซื้อขายโอน จำนองได้ ได้แก่ น.ส.3 หลายคนมีปัญหาเรื่องรังวัดด้วยฝีมือคนโดยไม่ได้อ้างอิงแผนที่จากดาวเทียม ส่วนนส.3 ก จะปลอดภัยกว่า แต่ก็ต้องเสี่ยงกับการรังวัดใหม่ว่า ที่ดินเราจะเพิ่มหรือลดได้ทั้งนั้น
     
  • 1.4 ใบไต่สวน หรือ น.ส.5 หนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน หนังสือแสดงสิทธิ์ที่ดินและให้จดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมในใบไต่สวนได้

2.เอกสารสิทธิ์ที่ราชการออกให้ มี 5 แบบได้แก่

  • 2.1. ภ.บ.ท. 5 เป็นแบบยื่นภาษีบำรุงท้องที่ ซื้อขายไม่ได้ ถ้าซื้อต้องยอมรับสภาพได้ถ้าจะสูญไปเอาไปอ้างในศาลไม่ได้ว่าคุณเป็นเจ้าของที่นั้นๆโดนโกงกันมาก ถ้ามีนักเลงมายึดที่ทำได้ง่ายมาก เพราะไม่ใช่โฉนดไม่ใช่เอกสารอะไรเกี่ยวกับที่ดินแต่คนก็ซื้อขายกันอย่างมาก เช่นที่วังน้ำเขียวที่มีปัญหากันมาก
  • 2.2. ก.ส.น.5 เป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ออกโดยนิคมสหกรณ์ จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
  • 2.3. น.ค. 3 เป็นหนังสือแสดงการทำประโยชน์ ออกโดยนิคมสร้างตนเอง จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ
  • 2.4. ส.ท.ก. เป็นหนังสือสิทธิทำกินในเขตป่าไม้ ซึ่งทางกรมป่าไม้เป็นผู้ออกให้
  • 2.5. ส.ป.ก เป็นสิทธิในการทำเกษตรกรรม รวมตลอดจนถึงการจัดที่อยู่อาศัยในที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น

    **ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นแค่เป็นสิทธิ์ครอบครองที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ทำเกษตรกรรมจึงซื้อขายโอนไม่ได้นอกจากตกทอดแก่ทายาทใช้ทำเกษตรกรรมต่อไป ห้ามซื้อขายออกโฉนดไม่ได้ โอนกรรมสิทธิ์ให้คนอื่นไม่ได้ นอกจากทายาท

3.เอกสารสิทธิ์ประเภทที่ราษฎรทำขึ้นเอง หรือ ส.ค.1

ส.ค.1 แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ผู้ที่ครอบครอง และทำประโยชน์อยู่ในที่ดินก่อน 1 ธ.ค.2497 ไปแจ้งการครอบครองต่อนายอำเภอท้องที่ภายใน 180 วัน เพียงสิทธิครอบครอง ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในที่ดินโอนไม่ได้

ดังนั้น ในการซื้อที่ดินโปรดระมัดระวังเรื่องเอกสารสิทธิ์ต้องเป็นโฉนดที่ดิน หรือ น.ส.4 ที่เป็นกรรมสิทธิ์เท่านั้นที่สามารถซื้อขาย โอนให้ผู้อื่นได้นอกนั้นเป็นสิทธิ์ครอบครองเพื่อทำประโยชน์ไม่สามารถซื้อขายหรือ โอนได้สามารถตกทอดเป็นมรดกได้เท่านั้น เว้นแต่โอนโดยการส่งมอบการครอบครอง ยอมให้ผู้อื่นมาใช้ประโยชน์ในสิทธิครอบครองที่ดินของตน แต่ผู้รับ รับมอบ หรือรับจำนองจะต้องเสี่ยงภัยเอาเองเพราะไม่ใช่กรรมสิทธ์ เมื่อมีผู้มาแย่งสิทธิครอบครอง หรือเจ้าของ หรือญาติของเจ้าของมายึดไป ทางที่ดินซื้อที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์จะปลอดภัยกว่าไม่ต้องกังวล เมื่อเกิดปัญหาในภายหลัง

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เมืองโตเดี่ยว


 
         
           เมืองโตเดี่ยว หรือ เอกนคร (Primate City) เป็นลักษณะเมืองที่สะท้อนถึงขนาด และลักษณะการกระจายของเมือง โดยการเปรียบเทียบขนาดของเมือง ที่มีอยู่ในประเทศนั้นๆ ว่ามีความแตกต่างกันทางด้านขนาดของเมืองมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปแล้วประเทศที่มีการพัฒนา และกระจายความเจริญอย่างทั่วถึงระบบเมืองภายในประเทศนั้น จะมีขนาดที่แตกต่างกันน้อยและได้สัดส่วนกัน แตกต่างกับประเทศที่ทุ่มเทการพัฒนา และสร้างความเจริญให้แก่เมืองเพียงเมืองเดียวเป็นพิเศษ เมืองนั้นจะมีขนาดใหญ่ และเจริญมากกว่าเมืองอื่นๆ มากหลายเท่าตัว  ลักษณะของความเป็นเอกนคร หรือ เมืองโตเดี่ยว ของระบบเมือง จะพบในประเทศที่มีประวัติความเป็นมาของเมืองสั้นๆ ภายในเวลาไม่นานนัก หรือเป็นประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรหนาแน่น อัตราการเพิ่มของประชากรสูงมาก เป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดี เนื่องจากยังต้องประกอบกิจกรรมทางด้านปฐมภูมิเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เคยตกอยู่ภายใต้อำนาจของมหาประเทศมาก่อน
           การศึกษาขนาดของเมืองในประเทศ เป็นการศึกษาโดยการนำเอาจำนวนประชากร ของแต่ละเมืองมาเปรียบเทียบกัน และทำการเรียงลำดับขนาดของเมือง ตั้งแต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดไปถึงเมืองที่เล็กที่สุด ซึ่งจะได้ประเภทของลำดับขนาดของเมืองออกเป็น  2 ประเภท คือ ประเทศที่มีการจัดลำดับแบบเอกนคร(PrimateCity) และประเทศที่มีการจัดลำดับแบบได้สัดส่วน (Rank Size Rule) ประเทศที่มีการจัดลำดับแบบเอกนคร หมายถึง เมื่อนำเมืองขนาดประชากรแตกต่างกันทั้งหมด มาเรียงลำดับกันจากใหญ่สุดไปหาเล็กที่สุด จะพบว่าเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีอยู่เพียงเมืองเดียว และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าเมืองอันดับรองลงมาหลายเท่าตัว ส่วนเมืองที่มีขนาดรองลงมาส่วนใหญ่มีขนาดใกล้เคียงกัน จึงเรียกเมืองที่ใหญ่ที่สุดว่า เอกนคร หรือ เมืองโตเดี่ยว
             ประเทศไทยมีลำดับขนาดของเมืองเป็นแบบเอกนคร โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นเอกนคร มีจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2  ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานคร ก็จัดเป็นมหานครแห่งหนึ่ง โดย National Geographic (2545) กล่าวว่า มหานคร(Metropolis) หมายถึง เมืองที่มีจำนวนประชากรมากกว่าสิบล้านคน โดยในปี ค.ศ.1995 โลกมีมหานครอยู่ 14 แห่ง และในปี ค.ศ.2015 โลกจะมีมหานครเพิ่มขึ้นเป็น 21 แห่ง  และลำดับของมหานครเหล่านี้จะเปลี่ยนไป โดยในขณะนี้มหานครที่ใหญ่ที่สุดในโลก  5 อันดับแรก คือ โตเกียว (ญี่ปุ่น)  แมกซิโกซิตี้ (เม็กซิโก)  เซาเปาลู (บราซิล)  นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)  และมุมไบ (อินเดีย)

http://coursewares.mju.ac.th:81/e-learning50/la471/course_chapt_06-3.html 
 

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การเคหะฯ จัด มหกรรมที่อยู่อาศัย เริ่มต้น 3.9 แสนบาท

การเคหะฯ จัด มหกรรมที่อยู่อาศัย เริ่มต้น 3.9 แสนบาท
   การเคหะแห่งชาติ ฉลองครบรอบ 40 ปี จัดมหกรรมขายที่อยู่อาศัย 92 โครงการ ราคาเริ่มต้น 3.9 แสนบาท

           เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา นางอำภา รุ่งปิติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (รักษาการแทนผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี การเคหะแห่งชาติ ได้มีการจัดงานมหกรรมขายที่อยู่อาศัย "40 ปี การเคหะแห่งชาติ คิดถึงบ้าน คิดถึงการเคหะฯ" ขึ้นในวันที่ 22-31 มีนาคม 2556 เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัย ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง

           โดยมีจำนวน 92 โครงการ แบ่งเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทร 17,652 หน่วย และ โครงการเคหะชุมชน 1,890 หน่วย ราคาเริ่มต้นที่ 390,000 บาท วางเงินจองทำสัญญา 3,000 บาท ผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เสนอโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ปีที่ 1-2 = 4.00% ต่อปี ปีที่ 3 ตลอดอายุสัญญา = MRR-0.50% ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้

           ส่วนธนาคารออมสิน เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3 ปี โดยปีที่ 1-3 = 4.00% ต่อปี หลังจากนั้น MLR-0.50% ต่อปี ตลอดสัญญา สำหรับลูกค้าที่ยื่นความจำนงขอใช้บริการระหว่างวันที่ 22-31 มีนาคม และจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2556

           สำหรับคุณสมบัติของผู้จองบ้านในโครงการบ้านเอื้ออาทร ต้องมีสัญชาติไทย รายได้ในครอบครัวไม่เกิน 40,000 บาท พร้อมนำเอกสารติดต่อได้ที่สำนักงานเคหะชุมชนและสถานที่ตั้งโครงการทุกแห่งทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.nha.co.th

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บ้านที่แพงที่สุดในโลก

อันดับ 10 ตกเป็นของ Fleur de Lys ในประเทศ : สหรัฐอเมริกา บ้านหลังนี้ราคากว่า $125 ล้าน มีห้องนอนกว่า 15 ห้องภายในตกแต่งด้วยทองคำ 24 กระรัต รวมไปถึงฟอร์นิเจอร์แพงๆอีกมากมาย





อันดับ 9 ตกเป็นของ Updown Court ในประเทศ : อังกฤษ ใหญ่กว่าพระราชวังบัคกิ้งแฮมซะอีกอยู่ในลอนดอนมูลค่ากว่า $116 ล้าน มีห้องหับมากกว่า 103 ห้อง รวมไปถึงโรงหนังขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง และสนามสควอช





อันดับ 8 ตกเป็นของ Dracula’s Castle ในประเทศ: โรมาเนีย ที่จริงมันถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นพิพิธพันธ์ในปี 1980 สร้างด้วยราคากว่า $80 ล้าน มีห้องหับกว่า 57 ห้อง ห้องนอน 17 ห้อง และเครื่องประดับต่างๆ





อันดับ 7 ตกเป็นของ Maison de l’Amitie ใน : Palm Beach ด้วยพื้นที่กว่า 80,000 square feet ราคากว่า $125 ล้าน ห้องนอน 15 ห้อง ห้องน้ำ 8 ห้อง เรือนกระจก ห้องใหญ่สำหรับเต้นรำ สนามเทนนิส และเล้าจ์สำหรับรับลองแขกอีกจะหรูหราไปไหน





อันดับ 6 ตกเป็นของ Hala Ranch ใน: Colo เจ้าของคือ Prince Bandar bin Sultan bin Abdulaziz of Saudi Arabia (ชื่อจะยาวไปไหนเนี่ย) ห้องนอน 15 ห้อง ห้องน้ำ 27 ห้อง (ห้องน้ำเยอะจัง) รวมไปถึงสระว่ายน้ำในที่ร่ม คอกม้า และลานสกีส่วนตัว สนามเทนนิส และ บลาๆ





อันดับ 5 ตกเป็นของ Elena Franchuk’s Victorian Villa ในประเทศ อังกฤษ ราคาก็แค่ราวๆ $ 161 ล้าน มีห้องนอนแบบวิลล่าถึง 10 ห้อง โรงภาพยนตร์ และ สระว่ายน้ำในร่มอีก หรูหรามากๆ





อันดับ 4 ตกเป็นของ William Randolph Hearst’s Mansion ในประเทศ :สหรัฐอเมริกา เจ้าของคือ William Randolph Hearst ราคาก็ราวๆ $165 ล้าน เนื้อที่กว่า 6 เอเคอร์ ห้องนอนกว่า 29 ห้อง สระว่ายน้ำ 3 แห่ง มีทั้งไนท์คลับ และ โรงภาพยนตร์ หรูหราจริงๆ





อันดับ 3 ตกเป็นของ Aaron Spelling’s Manor ในประเทศ : สหรัฐอเมริกา มีเนื้อที่กว่า 56,000 square feet สร้างในปี 1991 ในราคา $150 ล้าน มีห้องนอนกว่า 123 ห้อง!!!!!!!!!! มีทั้งสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และ ลานไอซ์สเก็ต !!! นี้ัมันโรงแรม 5 ดาวหรือเปล่าเนี่ย





อันดับ 2 ตกเป็นของ The Penthouses at One Hyde Park ในประเทศ: อังกฤษ Penthouses ที่เต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยชั้นยอด bodyguards ถูกฝึกโดยหน่วย SAS มีห้องนริภัยแบบปิดตาย และ อุโมงค์ทางหนีอีกด้วย สนนราคาก็แค่ $140 ล้าน





อันดับ 1 ตกเป็นของ Antilla ของนาย Mukesh Ambani ในประเทศ : India Antilla ของนาย Mukesh Ambani ราคาก็แค่ขำๆประมาณ $1 พันล้าน เท่านั้นเอง นี้ยังไม่รวมรถในCollection อีกกว่าร้อยคัน



วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับ เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012


เว็บไซต์ดิอีโคโนมิสต์ เผย 10 อันดับ เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 จากการจัดอันดับของ Economist Intelligence Unit หน่วยงานชื่อดังด้านการศึกษา และวิจัยข้อมูลด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เกณฑ์การให้คะแนนวัดจาก โครงสร้างผังเมือง จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การศึกษา สุขภาพ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดยตัดสินคัดเลือกจาก 70 เมืองทั่วโลก ผลปรากฏว่า ฮ่องกง คว้าแชมป์ที่ 1 ไปครองตำแหน่ง เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 ส่วนอันดับต่อๆ มานั้น ก็ล้วนเป็นเมืองสวยงามน่าไปเยือนทั้งสิ้น

เมืองที่ดีที่สุดในโลก อันดับ 1 ฮ่องกง ประเทศจีน

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 2 อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
 เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 3 โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 4 ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 5 ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 6 สต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 7 เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 8 โตรอนโต ประเทศแคนาดา

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 9 มิวนิก ประเทศเยอรมนี

เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2012 อันดับ 10 โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
 10 อันดับ เมืองที่ดีที่สุดในโลก ปี 2012


ที่มา : www.ที่สุดในโลก.com

5 สุดยอดเมืองหลอน "ห้ามเข้า" ที่น่ากลัวที่สุดในโลก


หลายครั้งที่เรามักจะต้องสงสัยว่าทำไมเมืองบางเมือง หรือเขตบางเขตในประเทศต่าง ๆ มักมาพร้อมคำเตือนว่าเป็นสถานที่“ต้องห้าม” หรือ “ห้ามเข้า” ซึ่งเชอร์โนบิล ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในห้าพื้นที่ห้ามเข้าที่น่ากลัวที่สุดในโลกด้วย
มาทำความรู้จักกับทั้ง “สถานที่ร้างห้ามเข้า” ทั้ง 5 ที่ติดอันดับเสียงร่ำลือว่าน่ากลัวที่สุดในโลกจนไม่มีใครคิดไปเหยียบ!

อันดับ 5 เมือง ออราดูร์ -ซู-แกลน ประเทศฝรั่งเศส

เมืองร้างที่โดนทำลายย่อยยับโดยกองทัพของเยอรมนีในปี ค.ศ.1944 มีชาวบ้านถูกฆ่าตายที่นี่อย่าง โหดเหี้ยมไปถึง 642 ศพ แม้ปัจจุบันจะมีการสร้างเมืองนี้ขึ้นมาใหม่ แต่ที่นี่ก็ยังคงขึ้นชื่อเรื่องของอาถรรพ์ความเฮี้ยนจนไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป

อันดับ 4 เมืองเซ็นทราเลีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา

เมืองที่เคยได้ชื่อว่าอุดมไปด้วยเหมืองแร่ถ่านหิน แต่หลังจากที่ในปี 1962 ได้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเมื่อจู่ๆ เปลวไฟเกิดประทุขึ้นมาจากเหมืองที่อยู่ใต้ดินอย่างรุนแรง จนทำให้สภาพอากาศของเมืองนี้ร้อนระอุ และถูกปกคลุมด้วยหมอกควันอยู่ตลอดเวลา และจนถึงปัจจุบันเปลวไฟจากใต้ดินก็ยังคงปะทุอยู่อย่างต่อเนื่อง

อันดับ 3 เมืองคราโค่ ประเทศ อิตาลี

เมืองในยุคกลางของอิตาลีที่สร้างขึ้นบนเนินเขา ในฐานะเมืองหน้าด่านสำคัญ แต่เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลายครั้งติดกัน ทำให้ผู้คนเสียชีวิตไปมากมาย และเสียหายเกินกว่าที่จะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่

อันดับ 2 เมือง ซางจี ประเทศ ไต้หวัน

ดีไซน์การออกแบบอันสุดพิลึกพิลั่นซึ่งเกิดอุบัติเหตุระหว่างก่อสร้างที่คร่าชีวิตคนงานไปหลายคนจนถึงกับต้องหยุดการก่อสร้างไปหลายครั้ง หรือกระทั่ง เหตุการณ์สุดประหลาดที่มีคนอ้างว่าเห็นส่วนต่างๆ ของบ้านเคลื่อนไหวไปมาได้เองชวนขนลุก

อันดับ 1 เมืองพริเพียต ประเทศ ยูเครน (รัสเซีย ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์)

นี่คือเมืองที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมช็อคโลกที่เรียกได้ว่า รุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งใน ประวัติศาสตร์โลก นั่นคือการระเบิดของ“เชอร์โนบิล” โรงงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ที่นำหายนะครั้งใหญ่มาสู่สิ่งมีชีวิตที่ตกป็นเหยื่อทั้งสังเวยชีวิต ป่วยเป็นโรคมะเร็ง กลายพันธุ์ผ่าเหล่า หรือพิการเพราะอวัยวะที่ใหญ่ผิดขนาด และไม่ใช่เพียงแค่ผลกระทบทางชีวภาพ แต่ยังมีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เล่าต่อกันมา ทั้งความรู้สึกที่เหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลืออย่างไร้ที่มาที่ไป เงาของชายลึกลับที่หลายคนพบเห็น


Super Wi-Fi


[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงาานข่าวล่าสุด FCC เพิ่งจะประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางเทคโนโลยีใหม่ทีมีชื่อว่า "Super Wi-Fi" ซึ่งเชื่อว่า น่าจะอยู่ในความสนใจของผู้ใช้หลายๆ ท่าน ว่าแล้วทางเว็บไซต์ arip จึงไม่พลาดที่จะรีบนำเรื่องราวนี้ที่ได้มีการสรุปโดยเว็บไซต์ Gizmodo มาขยายความให้ทราบโดยทั่วกัน ไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือชั้นกันดีกว่าครับ
กล่าวโดยสรุป Super-Wi-Fi ก็ยังคงเป็นเทคโนโลยี Wi-Fi อยู่วันยังค่ำ โดยมันยังมีลักษณะของการส่งข้อมูลไร้สายที่ใช้กันตามบ้านเรือน ที่พักอาศัย ตลอดจนสำนักงาน หรือแม้แต่ในสตาร์บัค เพียงแต่มันจะเก่งกว่ามาก ไม่งั้นไม่มีคำว่า "Super" นำหน้าอย่างแน่นอน...แต่ประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงก็คือ ช่วงความถี่ (หรือ Spectrum) ที่ใช้ โดยผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ปกติ Wi-Fi จะมีช่วงการรับส่งข้อมูลไร้สายอยุ่ที่ 2.4GHz หรือ 5GHz ซึ่งเมื่อ 25 ปีก่อนทาง FCC ได้เปิดช่วงความถี่ที่ไม่ได้มีการใช้นั่นคือ 50MHz และ 700MHz โดยช่วงความถี่นี้เองที่จะถูกนำมาใช้กับเทคโนโลยี Super Wi-Fi
ประเด็นก็คือ ช่วงความถี่ดังกล่าวจะอยู่ในช่วงของช่องสัญญาณ TV (White Noise) แต่เมื่อทีวีเป็นดิจิตอลโดยสมบูรณ์ ช่วงความถี่เหล่านี้จะไม่ได้ถูกใช้แต่อย่างใด ซึ่งหากสามารถนำมาใช้กับ Super Wi-Fi คุณประโยชน์ที่โดดเด่นมากๆ ก็คือ ระยะทางของการส่งคลื่น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ รัศมีการครอบคลุมของสัญญาณที่กว้างกว่า Wi-Fi เป็นหลายกิโลเมตร!!! เนื่องจากความถี่ที่ต่ำกว่าทำให้มันเดินทางไปได้ไกลกว่านั่นเอง อีกทั้งยังมีอำนาจทะลุทะลุวงกำแพงได้อีกด้วย ซึ่งเราท์เตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะยังมีปัญหาเรื่องนี้ นอกจากรัศมีทีกว้างไกลแล้ว Super Wi-Fi ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้ด้วยความเร็ว 15Mbps - 20Mbps หรือเท่าๆ กับเคเบิ้ลโมเด็ม
ปัจจุบัน Google ได้ทดลองใช้ Super Wi-Fi ในโรงพยาบาลที่ Ohio เป็นที่แรก ปรากฎว่า ความเร็วที่ใช้งานได้ตลอดทั่วทั้งโรงพยาบาลอยู่ในระดับ Super Broadband เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวในการฟีดข้อมูลจราจร และจากกล้องรักษาความปลอดภัย หรือแม้แต่การเข้าถึง Wi-Fi ที่บ้านที่อยู่ห่างไปหลายช่วงตืกได้อีกด้วย เทคโนโลยี Super Wi-Fi ยังคงต้องได้รับการแก้ไขปัญหา หรือผลกระทบต่างๆ ตลอดจนพิสูจน์ทราบการใช้งานจริงอีกพอสมควร โดยจะมีการทดลองให้เห็นการใช้งานใน CES 2011 และเราคงจะได้เห็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี Super Wi-Fi ในท้องตลาดอีกประมาณ 1 - 2 ปีข้างหน้า Google เปรียบเทียบเทคโนโลยี Super Wi-Fi ว่า มันเป็นการฉีดสเตียรอยด์ให้กับ Wi-Fi โอ้ว...ชัดเจนจริงๆ

ข้อมูลจาก: GeekWhiteLaptop