วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไฟที่ไหม้ป่าพรุควนเคร็ง

 
 ไฟที่ไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช กินเนื้อที่กว่า 20,000 ไร่ ทำให้กำลังเจ้าหน้าที่กว่า 5,000 นาย ต้องระดมกำลังเข้าจำกัดวงล้อมของไฟอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสมบูรณ์ใน 4 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ชะอวด และ อ.ร่อนพิบูลย์ ที่อยู่ในภาวะวิกฤต รวมถึงจุดที่น่าเป็นห่วงในพื้นที่ป่าในโครงการศึกษาพันธุ์ไม้เสม็ดขาวครบวงจร มูลนิธิชัยพัฒนา ในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ใน ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ ที่ถูกไฟไหม้ไปแล้วกว่า 600 ไร่ และยังคงลุกลามต่อเนื่อง จนเกรงว่าพื้นที่ทั้งหมด 1,900 ไร่ อาจจะได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ป่าพรุ
        ความเสียหายที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการนำข้อมูลไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายงานแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยในสถานการณ์ไฟไหม้อย่างมาก
        จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ ยังพบด้วยว่ามีพื้นที่ที่มีไฟไหม้ป่าพรุรุนแรงประมาณ 33 จุด
        สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุ มีข้อมูลระบุว่าน่าจะเกิดจากฝีมือของผู้ที่ลักลอบเข้าไปเผาพื้นที่ป่า โดยนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสคนเผาป่าพรุ
        ด้านนายธนากร รักธรรม หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำปากพะนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้รายงานถึงสถานการณ์ระดับน้ำในพื้นที่ป่าพรุ พบว่าลดลงผิดปกติ จากเดิมที่มีระดับน้ำเหนือผิวดินไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร ส่งผลให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายมากยิ่งขึ้นด้วย

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000101216

รู้จักกับ ลมมรสุม พายุหมุน และร่องความกดอากาศต่ำ



กีฬาดำน้ำ นับเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่เกี่ยวโยงกับธรรมชาติอย่างมาก คลื่นลมในทะเล อาจส่งผลกระทบต่อนักดำน้ำได้ หลายประการ ตั้งแต่ ฝนตกหนัก น่าเบื่อหน่าย คลื่นสูงจนดำน้ำไม่สนุก เมาเรือ ไปจนถึง ลมหรือพายุรุนแรง ที่ทำให้ต้องงดดำน้ำได้ ดังนั้น ความเข้าใจ ในสภาพภูมิอากาศ ตามธรรมชาติ น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับนักดำน้ำทุกคน โดยเฉพาะ เมื่อเป็นที่รู้กันว่า ทุกวัน ตลอดทั้งปี จะต้องมีสักแห่งหนึ่งในเมืองไทย ที่คุณสามารถลงไปดำน้ำได้อย่างแน่นอน การวางแผนทริปท่องเที่ยว ในแต่ละช่วงของปี จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้แผนการท่องเที่ยวของคุณ ราบรื่น สวยงาม
เอาเป็นว่า รอบนี้ เรามาทำความรู้จักกับ สภาพภูมิอากาศ ของประเทศไทยกันก่อนดีกว่า ภูมิอากาศของประเทศไทย ได้รับอิทธิพล จากปรากฏการณ์ธรรมชาติ 3 อย่างด้วยกัน นั่นคือ ลมมรสุม (Monsoon), พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) และ ร่องความกดอากาศต่ำ ทั้ง 3 สิ่งนี้เกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการ ระหว่างดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า "โลก" และดาวฤกษ์ที่ชื่อว่า "ดวงอาทิตย์" เช่น มุมแกนหมุนของโลกกับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์, อุณหภูมิพื้นผิวโลก และมหาสมุทร, ความหนาแน่นของมวลอากาศ ในแต่ละพื้นที่, อุณหภูมิของมวลอากาศนั้น ฯลฯ อีกมากมาย แต่ถ้าจะเล่าถึงต้นตอขนาดนั้น คงจะยืดยาวเกินไป เอาเฉพาะ 3 สิ่งนี้ก่อนดีกว่าครับ

ลมมรสุม (Monsoon)
ทุกคนคงจะเคยได้ยินติดหูกันมาบ้าง ในสมัยวัยเยาว์ (แต่ตอนนี้ก็ยังเยาว์อยู่เหมือนกันนะครับ) ว่าลมมรสุม คือลมประจำฤดู ของไทย เกิดขึ้นเพราะอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ระหว่างมวลอากาศในเขตพื้นดินกับพื้นน้ำ ในแต่ละฤดูกาล จึงเกิดการไหลเวียนของอากาศ ระหว่างพื้นน้ำกับพื้นดิน ลมมรสุมนี้ มีกำลังอ่อนบ้างแรงบ้าง ขึ้นอยู่กับแนวร่องความกดอากาศต่ำ
ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดจากมหาสมุทรอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย ในระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงต้นเดือนตุลาคม หอบเอาความชื้นจากทะเล มาปะทะแนวเขา เกิดเป็นฝนตกชุกในแถบภาคใต้ฝั่งอันดามัน พัดผ่านไทยขึ้นเหนือสู่ประเทศจีนต่อไป
ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดจากแถบไซบีเรียและจีน ในระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ พาอากาศแห้งและเย็น ลงมาปกคลุมตอนเหนือถึงตอนกลาง ของประเทศไทย แล้วหอบเอาความชื้นในอ่าวไทย ไปตกเป็นฝนในแถบภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย แต่ฝนจะน้อยลงมาก ในระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์

พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone)
พายุหมุนเขตร้อน หมายถึง พายุที่เกิดขึ้น เหนือมหาสมุทร ในเขตร้อน (ละติจูดต่ำ หรือ ใกล้เส้นศูนย์สูตร) เนื่องจากกระบวนการ ถ่ายเทพลังงาน ของอากาศชื้น เหนือมหาสมุทร เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มักจะเคลื่อนตัวไปตามกระแสลมรอบข้าง อาจมีกำลังแรงขึ้นหรืออ่อนลง ตามแต่ลักษณะอากาศที่เคลื่อนผ่านไป แต่เมื่อเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน จะอ่อนกำลังลง เพราะไม่มีพลังงานจากไอน้ำ มาเสริมกำลังต่อ
ปัจจุบัน เราแบ่งพายุหมุนเขตร้อน ออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความรุนแรง โดยวัดจากความเร็วลม ณ ศูนย์กลางพายุเป็นหลัก ดังนี้
พายุดีเปรสชั่น (Tropical Depression)มีความเร็วลมไม่เกิน 63 km/h (ประมาณ 17 m/s) มองจากดาวเทียม จะเห็นเป็นกลุ่มเมฆ หนาทึบ เป็นวงกลม ยังไม่มีแนวขดเป็นเกลียว หรือ ตาพายุ ชัดเจน
พายุโซนร้อน (Tropical Storm)มีความเร็วลมสูงกว่า ดีเปรสชั่น แต่ไม่เกิน 118 km/h (ประมาณ 32 m/s) จากภาพถ่ายดาวเทียม อาจเริ่มเห็นเกลียวแขนของกลุ่มเมฆบ้าง พายุระดับนี้ จะได้รับการกำหนดชื่อให้ โดยหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยานานาชาติ (ยกเว้นประเทศฟิลิปปินส์ จะเริ่มตั้งชื่อพายุที่เข้ามาในเขตประเทศ ตั้งแต่ยังเป็น ดีเปรสชั่น)
พายุระดับรุนแรงที่สุดเรียกกันง่ายๆ ว่า Tropical Cyclone (เพียงเพื่อให้แตกต่างจากพายุ 2 กลุ่มแรก เท่านั้น) แต่จะมีชื่อเรียกหลากหลายชื่อ ตามแต่พื้นที่ที่เกิดพายุ เช่น ในแถบแปซิฟิค เรียกว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon) แถบอเมริกากลาง เรียกว่า เฮอร์ริเคน (Hurricane) แถบมหาสมุทรอินเดีย เรียกว่า ไซโคลน (Cyclone) ส่วนในแถบมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ออสเตรเลีย เรียกว่า วิลลี่ วิลลี่ (Willi Willi) พายุระดับนี้มักจะเกิด "ตาพายุ" ขึ้นตรงใจกลาง ซึ่งเป็นบริเวณที่อากาศมีความกดน้อยที่สุด และลมในบริเวณนั้นค่อนข้างสงบนิ่ง อาจมีขนาดตาพายุตั้งแต่ 16 - 80 km เลยทีเดียว
นอกจากนี้ ในแถบอื่นของโลก ซึ่งโดนพายุหมุนระดับที่รุนแรงมากกว่านี้ ยังมีการจัดระดับเพิ่มเติมอีกจนถึงระดับ Super Typhoon ซึ่งมีความเร็วลมสูงกว่า 239 km/h เลยทีเดียว นับว่าเป็นโชคดีของเรา ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตที่โดนพายุหมุน น้อยที่สุด ในบรรดา ประเทศเขตร้อน ที่มีพายุหมุนทั้งหมดครับ
(ถ้าอ่านจากชื่อไทย และชื่ออังกฤษ อาจจะดูสับสนเล็กน้อย เพราะ Tropical ก็แปลว่า เขตร้อน แต่เราเรียกเฉพาะ Tropical Storm ว่าพายุโซนร้อน ในขณะที่ Storm แปลว่า พายุ ส่วน Depression แปลว่า ความกดอากาศต่ำ แต่เราเรียกว่า "พายุ" ทั้งคู่)
พายุที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย มาได้จาก 2 ทาง คือ จากอ่าวเบงกอลเข้าสู่ภาคตะวันตกของประเทศ ในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่มีจำนวนน้อยกว่าอีกทางหนึ่ง คือพายุที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิค แล้วเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางตะวันออก ซึ่งเกิดได้ตั้งแต่ ช่วงเดือนมิถุนายน ถึงธันวาคม และแนวที่พายุเคลื่อนเข้า ก็จะสอดคล้องกับ แนวร่องความกดอากาศต่ำ ที่พาดผ่านในแต่ละช่วงเดือนนั่นเอง
ตามสถิติโดยกรมอุตุฯ เดือนที่มีพายุเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากที่สุด (ดูที่ศูนย์กลางพายุเป็นหลัก) คือ เดือนตุลาคม รองลงมาคือ กันยายน
ร่องความกดอากาศต่ำ
เป็นคำที่ได้ยินผู้ประกาศข่าวพูดถึงอยู่เสมอ แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยรู้จักกับมันเท่าไหร่นัก แต่เจ้าสิ่งนี้กลับทำให้เกิดอะไรๆ กับภูมิอากาศบ้านเราได้มากมาย ขออธิบายลักษณะของมันสั้นๆ ว่า ร่องความกดอากาศต่ำ ก็คือ แนวของมวลอากาศที่มีความหนาแน่นต่ำ (มีอุณหภูมิสูง) เกิดขึ้นตามธรรมชาติของอากาศ ที่ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ และมีมวลอากาศที่มีความกดสูงกว่า (ความหนาแน่นมากกว่า) กระจายอยู่รอบแนว 2 ด้าน ร่องความกดอากาศต่ำ มักจะพาดในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นหลัก (เพราะเป็นแนวที่โลกหมุนรอบตัวเอง และหมุนรอบดวงอาทิตย์) อาจจะมีเฉียงเหนือหรือใต้เล็กน้อย ตามฤดูกาล และกำลังของลมอื่นๆ ที่มากระทบ เช่น ลมมรสุม เป็นต้น

เมื่อมี ร่องความกดอากาศต่ำ พาดผ่าน มวลอากาศความกดสูงกว่าที่อยู่รอบๆ ก็จะเคลื่อนเข้ามา พบกันในแนวนี้ เมื่อไม่มีที่ ให้พาอากาศไปไหนต่อ แต่มีปริมาณมากพอ ก็รวมตัวตกลงมาเป็นฝน นั่นเอง
นอกจากนี้ ร่องความกดอากาศต่ำ ก็จะทำหน้าที่ เป็นทางเดิน ให้กับพายุหมุนเขตร้อน ที่เกิดขึ้นทางทะเลจีนใต้ และมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย จึงพบว่าพายุหมุนส่วนใหญ่ จะเคลื่อนที่ เข้าสู่ประเทศไทย ตามแนว ร่องความกดอากาศต่ำนี้

 
ดังนั้น การเคลื่อนตัวของ ร่องความกดอากาศต่ำ ในแต่ละช่วงของปี จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยให้เรา คาดคะเนสภาพอากาศดีร้าย ได้ล่วงหน้าระดับหนึ่ง และสามารถวางแผน เลือกสถานที่ท่องเที่ยว ได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
ปกติ ร่องความกดอากาศต่ำ จะพาดผ่านประเทศไทย ตั้งแต่ เดือนเมษายน ถึง เดือนธันวาคม แต่จะส่งผล ให้เกิดฝนตกชุกจริง ก็ตั้งแต่ช่วงพฤษภาคม เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ เคลื่อนมาถึงตอนกลาง ของประเทศ และเมื่อถึงเดือนมิถุนายน ก็ไปพาดเอา แถวตอนเหนือ ของประเทศไทย แล้วหายไปอยู่ ทางตอนเหนือสุด ของเวียดนาม และทางใต้ของจีนพักหนึ่ง ราวเดือนกรกฎาคม ก่อนจะเริ่มเคลื่อน กลับเข้าสู่ ประเทศไทยอีกครั้ง ในระหว่างเดือน สิงหาคม ถึง ธันวาคม ไล่ลงจากเหนือมาใต้ ตามลำดับ

 
พฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้ประเทศไทย มีฝนตกชุก ในช่วงเดือน พฤษภาคม ถึง ตุลาคม โดยทิ้งช่วงไปพักหนึ่ง ราวเดือนกรกฎาคม และกลับมาตกชุก จนถึงตกหนัก อีกครั้ง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นไป แต่คราวนี้ หากมีพายุหมุนเขตร้อน เฉียดเข้ามาใกล้ หรือเคลื่อนเข้ามาด้วย ก็จะทำให้มีฝนตกหนัก ถึงหนักมาก หรือเกิดความเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

 
นอกจาก 3 สิ่งนี้แล้ว ก็ยังมีช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน ที่ลมตะเภา หรือลมว่าว ซึ่งพัดมาจากทิศใต้ หรือตะวันออกเฉียงใต้ อาจปะทะเข้ากับ มวลอากาศเย็น จากประเทศจีน ที่บังเอิญหลงทางมา ในบางโอกาส ทำให้เกิดเป็น "พายุฤดูร้อน" มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือมีลูกเห็บตกลงมาด้วย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้น ทางตอนเหนือของประเทศ

สรุปย่อช่วยจำ
ร่องความกดอากาศต่ำ เป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยคาดคะเนพื้นที่ ที่จะเกิดฝนตกชุก ในแต่ละเดือน จำง่ายๆ โดยเริ่มไล่จาก เดือนเมษายน ถึงมิถุนายน จากใต้สุดไปเหนือสุด แล้วไล่กลับลงมาอีกครั้ง จากเดือนสิงหาคม ถึงธันวาคม จากเหนือสุดมาใต้สุด ส่วนว่า จะไปเที่ยวที่ไหน ได้บ้างนั้น ต้องลองเปิด แผนที่ประเทศไทย ประกอบด้วยแล้วล่ะ
สำหรับ ลมมรสุม คงจะจำกันได้ไม่ยากเพราะ เรียนกันมาแต่เด็กแล้ว หรือไม่ ก็ลองย้อนกลับไปอ่าน ด้านบนอีกรอบนะครับ

จากข้อมูลเหล่านี้ น่าจะช่วยให้ทุกท่าน สามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้า ในแต่ละเดือนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความถึง ทริปดำน้ำ เท่านั้นนะครับ แต่หมายรวมถึง ทุกการเดินทาง ในทุกสถานที่ท่องเที่ยว ที่คุณเลือกเป็นจุดหมายปลายทาง สำหรับวันหยุดพักผ่อน เพื่อความสุขสนุกสนานของผู้ร่วมทริปทุกคน

ภาพและข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, สาระวิทยาศาสตร์ทางทะเล, พ.ศ. 2546
Wikipedia: Tropical cyclone
เขียนโดยศุภพงษ์ อารีประเสริฐกุล
http://www.easydivers.info/index.php?lay=show&ac=article&Id=5350930&Ntype=54

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า(13 สิงหาคม 2555 - 19 สิงหาคม 2555)


ระหว่างวันที่ 13 สิงหาคม 2555 - 19 สิงหาคม 2555
การคาดหมายการคาดหมาย ส่วนในช่วงวันที่ 13-19 ส.ค. ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข้อควรระวัง   ข้อควรระวัง -ในวันที่ 14-19 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทางด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนัก
ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปถึงทั่วไป ร้อยละ 70-90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วงอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนบนของภาค ตลอดช่วงอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกของภาค เกือบตลอดช่วงอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง เกือบตลอดช่วงอุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)ในช่วงวันที่ 13-14 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)ในช่วงวันที่ 13-14 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งถึงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ เกือบตลอดช่วงอุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
http://www.tmd.go.th/7-day_forecast.php/

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันแม่

วันแม่แห่งชาติ วันแม่ กลอนวันแม่ กลอน เรียงความวันแม่


 ประวัติวันแม่

          
แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป  

          มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความ สำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ  

          ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 


วันแม่นานาชาติ


ปฏิทินเกรโกเรียน
ทุกวันที่วันที่ประเทศ
วันอาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์
8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Shevat 30
(อาจมีขึ้นในวันที่30 มกราคม และ 1 มีนาคม)
วันอาทิตย์ที่สี่ในฤดูถือบวชเล็นท์
22 มีนาคม พ.ศ. 2552
14 มีนาคม พ.ศ. 2553
21 มีนาคม
(ฤดูใบไม้ผลิวิษุวัต)
Flag of the United Arab Emirates สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ธงชาติของเยเมน เยเมน (ประเทศFlag of the League of Arab States อาหรับทั้งหมด โดยปกติ)
24 เมษายน +/- 5 วัน BaisakhAmavasya (Mata Tirtha Aunsi)
วันอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม
3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม
10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม
31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส (First Sunday of June ifPentecost occurs on this day)
ธงชาติของฝรั่งเศส French Antilles(First Sunday of June ifPentecost occurs on this day)
ธงชาติของมองโกเลีย Mongolia† (The Mothers and Children's Day.)
Second Sunday of June
14 มิถุนายน พ.ศ. 2552
13 มิถุนายน พ.ศ. 2553
Last Sunday of June
28 มิถุนายน พ.ศ. 2552
27 มิถุนายน พ.ศ. 2553
19 สิงหาคม(Pâthâre Prabhu in Southern India)
Second Monday of October
12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
11 ตุลาคม พ.ศ. 7440
Third Sunday of October
18 ตุลาคม พ.ศ. 2552
17 ตุลาคม พ.ศ. 2553
ธงชาติของอาร์เจนตินา อาร์เจนตินา (Día de la Madre)
Last Sunday of November
29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ปฏิทินฮิจญ์เราะหฺ
ทุกวันที่วันที่ประเทศ
14 มิถุนายน พ.ศ. 2552
อาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์นอร์เวย์
8 มีนาคมบัลแกเรียแอลเบเนีย
อาทิตย์ที่สี่ในฤดูถือบวชเล็นท์ (มาเทอริง ซันเดย์)สหราชอาณาจักรไอร์แลนด์
21 มีนาคม (วันแรกของฤดูใบไม้ผลิ)จอร์แดนซีเรียเลบานอนอียิปต์
อาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคมโปรตุเกสลิทัวเนียสเปนแอฟริกาใต้ฮังการี
8 พฤษภาคมเกาหลีใต้ (วันผู้ปกครอง)
10 พฤษภาคมกาตาร์ซาอุดีอาระเบีย, ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้บาห์เรนปากีสถานมาเลเซียเม็กซิโกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อินเดียโอมาน
อาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคมแคนาดาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)สาธารณรัฐประชาชนจีนญี่ปุ่นเดนมาร์กตุรกีนิวซีแลนด์เนเธอร์แลนด์บราซิลเบลเยียมเปรูฟินแลนด์มอลตาเยอรมนี,ลัตเวียสโลวาเกียสิงคโปร์สหรัฐอเมริกาออสเตรเลียออสเตรียอิตาลีเอสโตเนียฮ่องกง
26 พฤษภาคมโปแลนด์
27 พฤษภาคมโบลิเวีย
อาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมสาธารณรัฐโดมินิกันสวีเดน
อาทิตย์แรกของเดือนมิถุนายนหรือ อาทิตย์ที่สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมฝรั่งเศส
12 สิงหาคมไทย (วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)
15 สิงหาคม (วันอัสสัมชัญ)คอสตาริกาแอนท์เวิร์ป (เบลเยียม)
อาทิตย์ที่สองหรือสามของเดือนตุลาคมอาร์เจนตินา (Día de la Madre)
28 พฤศจิกายนรัสเซีย
8 ธันวาคมปานามา
22 ธันวาคมอินโดนีเซีย
http://hilight.kapook.com/view/14164